มอบข้อคิด-ความรู้ สู่นักศึกษา กองพัฒฯ จัดบรรยาย “การเรียนรู้ศตวรรษ 21” พร้อมเสวนา “เตรียมความพร้อมสู่อาชีพ”

CRRU THE IDOL 120 มารุต จิตต๊ะ และเมธพนธ์ เมืองมา (ประจำวันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม 2561)
October 5, 2018
ประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์โครงการ “กลับบ้านปลอดภัย”
October 8, 2018
Show all

มอบข้อคิด-ความรู้ สู่นักศึกษา กองพัฒฯ จัดบรรยาย “การเรียนรู้ศตวรรษ 21” พร้อมเสวนา “เตรียมความพร้อมสู่อาชีพ”

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2561 กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย (มร.ชร.) จัดบรรยายหัวข้อ “เทคนิคการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21” และเสวนาพิเศษหัวข้อ “การเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่อาชีพในยุคใหม่” ให้แก่นักศึกษา เพื่อเตรียมตัว และเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาในการก้าวสู่เส้นทางอาชีพที่ต้องการและเหมาะสมกับความรู้ความสามารถของตัวเองภายหลังสำเร็จการศึกษา ณ หอประชุมกาสะลองคำ ได้รับเกียรติจากวิทยากรมากประสบการณ์ 2 ท่านในการบรรยายให้ความรู้ ประกอบด้วย รวินทร์ ชมพูนุชธานินทร์ ผู้อำนวยการกลุ่มประชาสัมพันธ์ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด สำนักงานใหญ่ และดอล บุญมั่น ผู้อำนวยการสำนักกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ร่วมด้วยผู้ดำเนินรายการ 2 ท่าน คือ อาจารย์พิชญ์ธัชกิต ธนวัฒน์โอภาส จากสาขาวิชาภาษาจีน คณะมนุษยศาสตร์ และอาจารย์ ดร. วรรณวิรัตน์ คุงคะเวทย์ ผู้ช่วยคณบดีคณะมนุษยศาสตร์ ภาคเช้ามีนักศึกษาเข้าร่วมจำนวน 7 คณะ/สำนักวิชา/วิทยาลัย ส่วนภาคบ่ายมีนักศึกษาเข้าร่วมจำนวน 6 คณะ/สำนักวิชา/วิทยาลัย

หลังจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรชัย มุ่งไธสง อธิการบดี ในฐานะประธานในพิธีฯ กล่าวเปิดกิจกรรมและให้โอวาทกับนักศึกษา รวินทร์รับไม้ต่อในการกล่าวบรรยายให้ความรู้หัวข้อ “เทคนิคการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21”

ผู้บริหารคนเก่งจากบุญรอดบริวเวอรี่ชี้ว่า นอกจากเรียนวิชาความรู้ในห้องเรียน การเรียนรู้ Life Skill หรือทักษะชีวิตก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพราะจำเป็นกับการดำรงชีวิตให้ราบรื่น

โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนแปลงทุกวัน ต้องก้าวตามให้ทัน เขายกคำทำนายของ บิล เกตส์ นักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จ ที่ทำนายไว้เมื่อ 23 ปีที่แล้วมาบอกเล่า เพื่อให้เห็นว่าโลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

เสร็จจากการบรรยายของรวินทร์ เป็นเสวนาพิเศษหัวข้อ “การเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่อาชีพในยุคใหม่” โดยมีผู้ร่วมเสวนาเพิ่มอีก 1 ท่านคือ ดอล บุญมั่น และมีอาจารย์-ผู้ดำเนินรายการ 2 ท่านคอยถามคำถาม

เริ่มต้นด้วยคำถามที่ว่า อีก 4 ปีข้างหน้านายจ้างมองหาบุคลากรที่มีทักษะด้านใดที่โดดเด่นเป็นพิเศษ?

คำตอบของรวินทร์คือ ต้องมีทักษะภาษาที่มากกว่า 1 ภาษา เพื่อเชื่อมต่อกับสากล มีทักษะด้านไอที ก่อนที่ผู้บริหารคนเก่งอีกท่านช่วยเสริมว่า ทุกคนควรสื่อสารภาษาอังกฤษให้ได้ โดยต้องกล้าพูด กล้าสื่อสารภาษาอังกฤษ

จากนี้ไปภาษาใดที่จะกลายมาเป็นเทรนด์ ได้รับความนิยมในระดับโลก?

รวินทร์ฟันธงว่า ภาษาอังกฤษจำเป็นอย่างแน่นอน และเชียงรายอาจต้องการคนที่สื่อสารภาษาจีนได้ด้วยเพราะเป็นเมืองท่องเที่ยว ดอลเสริมว่า ให้นักศึกษาไปเรียนรู้ภาษาที่ 3 เป็นภาษาใดก็ได้ที่ตัวเองสนใจ

กิจกรรมนอกห้องเรียนเป็นประโยชน์ต่อการสมัครงานหรือไม่ อย่างไร?

รวินทร์บอกว่า การทำกิจกรรมต่างๆ ช่วยสร้างทักษะชีวิต ทั้งนี้ การคัดเลือกคนเข้าทำงาน จะไม่ให้ความสำคัญกับผลการเรียนเพียงอย่างเดียว แต่จะดูภาพรวม การทำกิจกรรมก็เป็นหนึ่งในนั้นที่นำมาพิจารณา

มาฟังคำตอบของดอลกันบ้าง

“เราพิจารณาผลการเรียนควบคู่ Life Skill เช่น ผู้สมัครมีผลการเรียนปานกลาง แต่ตอนเป็นนักศึกษาทำกิจกรรมด้วย นี่คือคนที่นายจ้างต้องการอย่างมาก เพราะถือว่าสามารถบริหารจัดการชีวิตได้ดี เช่นนั้นแล้ว นักศึกษาควรหาจุดลงตัว จุดสมดุลให้ได้ระหว่างการเรียนและการทำกิจกรรม”

บุคลิกภาพที่นายจ้างให้ความสำคัญเป็นอย่างไร?       

รวินทร์มองหาคนที่มีความกระตือรือร้น มี Passion

“ถ้าบริษัทได้คนแบบนี้มาร่วมงาน ผลลัพธ์ที่ตามมาคือคนๆ นี้จะทำประโยชน์ให้บริษัทได้มาก ซึ่งยุคนี้หาคนที่มีลักษณะเช่นนี้ได้ค่อนข้างยาก”

ดอลเสริมว่า ต้องรู้ข้อมูลเบื้องต้นของบริษัทเป็นอย่างดี สนใจตำแหน่งที่สมัครอย่างแท้จริง มีความเชื่อมั่นในตัวเอง กล้าพูด กล้าแสดงออก เต็มเปี่ยมด้วยทักษะการนำเสนอที่ดี รู้ว่าขณะสัมภาษณ์งาน คำถามไหนควรตอบสั้น คำถามไหนควรตอบยาว

รวินทร์ให้เป็นข้อคิดเพิ่มเติมว่า “จำไว้ว่า เวลาไปสัมภาษณ์งาน ผู้สัมภาษณ์จะพิจารณาบุคลิกภาพทุกอย่างที่แสดงออกมาให้เห็น”

มาถึงคำถามที่หลายคนอยากรู้ ขณะที่เป็นนักศึกษา ควรเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวสู่อาชีพการทำงานในอนาคตอย่างไรบ้าง?

รวินทร์บอกว่า เสาะหาความชอบ ความถนัดของตัวเองให้พบ อยากทำงานอะไร? อาชีพอะไรที่เหมาะกับตัวเอง? งานไหนที่ทำแล้วมีความสุข? ขั้นต่อมาคือวางแผนเพื่อก้าวสู่อาชีพนั้นให้ได้

ช่วงท้ายของการเสวนา เปิดโอกาสให้นักศึกษาและอาจารย์ถามคำถาม มีนักศึกษาหลายคนคำถามที่ค้างคาใจ และวิทยากรได้ช่วยชี้ทางสว่างให้

มาฟังความคิดเห็นของนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้บ้าง ดารานภา พูลแก้ว นักศึกษาชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยการแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก บอกว่า ได้รับความรู้และข้อคิดที่เป็นประโยชน์จากวิทยากร คือ ช่วงที่เป็นนักศึกษาควรให้ความสำคัญกับการเรียน ควบคู่กับการทำกิจกรรมไปพร้อมๆ กัน โดยบริหารจัดการให้ดี ไม่ให้เอนเอียงไปอย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไป เพราะผู้ที่มีผลการเรียนที่ดี และมีทักษะชีวิตจากการทำกิจกรรม มีสิทธิ์ได้รับคัดเลือกให้เข้าทำงานจากนายจ้างค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับผู้สมัครคนอื่นที่ไม่มีคุณสมบัติเช่นนี้

พิมพ์กมล ม่วงคำ นักศึกษาชั้นปีและสำนักวิชาเดียวกัน บอกว่าได้รู้หลักการการเตรียมตัวไปสัมภาษณ์งาน ที่ต้องศึกษาข้อมูลของบริษัทให้ละเอียดรอบด้านมากที่สุด รวมถึงต้องมีบุคลิกภาพที่ดี มีการวางตัวที่เหมาะสมขณะสัมภาษณ์งาน

ช่วงท้าย ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุทัศน์ คล้ายสุวรรณ์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มอบของที่ระลึกให้แก่วิทยากร กล่าวปิดกิจกรรมและให้โอวาทกับนักศึกษา พร้อมทิ้งท้ายคำคมชวนคิด ปิดท้ายกิจกรรมด้วยความประทับใจ