นักศึกษาชมรมรวมพลังสู่ชุมชน มร.ชร. รวมพลังจิตอาสา สร้าง ‘ฝายมีชีวิต’ แก้ปัญหาน้ำแบบยั่งยืนด้วยศาสตร์พระราชา

ให้นักศึกษาวิชาทหารเข้าร่วมกิจกรรม
July 12, 2018
CRRU THE IDOL 108 ภัทรนันท์ ฟูแสง (ประจำวันจันทร์ที่ 16 ก.ค. 2561)
July 15, 2018
Show all

นักศึกษาชมรมรวมพลังสู่ชุมชน มร.ชร. รวมพลังจิตอาสา สร้าง ‘ฝายมีชีวิต’ แก้ปัญหาน้ำแบบยั่งยืนด้วยศาสตร์พระราชา

พลังของนักศึกษาสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นได้ เหมือนเช่นที่ นักศึกษาหนุ่มสาวจากชมรมรวมพลังสู่ชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย (มร.ชร.) จัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบเพื่อสร้างสิ่งๆ ดีให้กับสังคม ล่าสุดกับการร่วมมือกับชาวบ้าน หน่วยงานท้องถิ่น และหน่วยงานราชการ จัดสร้างฝายมีชีวิต เพื่อแก้ปัญหาน้ำแบบยั่งยืน ตลอดจนน้อมนำศาสตร์พระราชา ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาปรับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

          ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา นักศึกษาผู้เปี่ยมล้นด้วยจิตอาสากลุ่มนี้ เข้าไปมีส่วนร่วมสร้างฝายฯ ในพื้นที่ทั่วจังหวัดเชียงรายทั้งสิ้นกว่า 7 แห่ง และเร็วๆ นี้พวกเขาถูกเชื้อเชิญให้ไปร่วมก่อสร้างฝายฯ อีกหลายสิบแห่ง

          นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของชมรมนักศึกษาที่มีความเข้มแข็ง รวมถึงมีความมุ่งมั่นดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องยาวนาน

          ป๋อ-สุรชาติ แซ่เล้า นักศึกษาปี 3 สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป คณะครุศาสตร์ และ ภาค-ไพรัตน์ แซ่ลี นักศึกษาปี 2 สาขาวิชาวิศวกรรมโลจิสติกส์ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม อดีตประธานชมรมฯ เริ่มต้นให้รายละเอียดของฝายมีชีวิตว่า เป็นการสร้างฝายรูปแบบหนึ่ง นิยมสร้างในพื้นที่ภาคเหนือ มีวัตถุประสงค์เพื่อชะลอน้ำช่วงหน้าฝน ลดความแรงของน้ำที่ก่อให้เกิดอุทกภัย สร้างความชุ่มชื้นให้ป่าช่วงหน้าแล้ง ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ หลักสำคัญคือการร่วมแรงร่วมใจกันของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง คือ จิตอาสา ชาวบ้านในชุมชน หน่วยงานท้องถิ่น และหน่วยงานราชการ ทั้งนี้เป็นการน้อมนำศาสตร์พระราชา ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาใช้แก้ปัญหาเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตให้กับคนชนบท

          16 ปีที่ผ่านมานับจากก่อตั้งชมรมฯ นักศึกษาชาวม้งกลุ่มนี้จัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ประกอบด้วย กิจกรรมทางวัฒนธรรมประเพณี กิจกรรมต่อต้านยาเสพติด ค่ายอาสาพัฒนา ตลอดจนแนะแนวการศึกษาแก่เยาวชน จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางปี 2560 ที่ทางชมรมฯ ได้ไปเห็นสภาพปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งของหมู่บ้านชาวม้ง และมีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในการสร้างฝายมีชีวิตกับ ศูนย์ศึกษาสหวิทยบริการท้องถิ่นและชาติพันธุ์ สำนักวิชาสังคมศาสตร์ ที่บ้านขุนห้วยแม่เปา ต.แม่เปา อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย ทำให้ได้เรียนรู้องค์ความรู้ด้านการสร้างฝายมีชีวิตจากผู้เชี่ยวชาญ ได้รับรู้ว่าการสร้างฝายมีชีวิตเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำในหลากหลายด้าน รวมถึงเรื่องการขาดแคลนน้ำช่วงฤดูแล้ง นักศึกษากลุ่มนี้จึงบรรจุภารกิจการสร้างฝายมีชีวิตให้เป็นหนึ่งในภารกิจของชมรมฯ นับจากนั้นมา

          7 แห่ง คือจำนวนฝายมีชีวิตในพื้นที่ จ.เชียงราย ที่นักศึกษาชมรมรวมพลังสู่ชุมชนเข้าไปมีส่วนร่วม ประกอบด้วย ฝายมีชีวิตในพื้นที่บ้านขุนห้วยแม่เปา ต.แม่เปา อ.พญาเม็งราย ฝายมีชีวิต บ้านราษฎร์รักษา ต.ตับเต่า อ.เทิง ฝายมีชีวิต วัดป่าบุญเย็น ต.แม่เปา อ.พญาเม็งราย ฝายมีชีวิต บ้านปางต้นผึ้ง ต.แม่พริก อ.แม่สรวย ฝายมีชีวิต บ้านรักแผ่นดิน ต.ตับเต่า อ.เทิง ฝายมีชีวิต บ้านปางอาณาเขต ต.แม่พริก อ.แม่สรวย และฝายมีชีวิต บ้านไทยเจริญ ต.ม่วงยาย อ.เวียงเเก่น

          สุรชาติบอกถึงหลักการคัดเลือกสถานที่ที่จะไปสร้างฝายว่า พิจารณาจากหมู่บ้านที่ประสบปัญหาภัยพิบัติ ขาดแคลนน้ำ การได้ร่วมงานกับชาวบ้านก่อให้เกิดเครือข่ายนำไปสู่พื้นที่ใหม่ๆ ในการดำเนินงาน

          “พอชาวบ้านที่เคยมาช่วยสร้างฝายในหมู่บ้านหนึ่งได้เห็นว่าฝายที่สร้างมีประสิทธิภาพ ช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ำได้จริง ก็ติดต่อมาให้พวกเราไปสร้างฝายที่หมู่บ้านของตัวเอง ส่วนใหญ่ชาวบ้านก็บอกต่อกันไปเรื่อยๆ” ไพรัตน์กล่าวเสริม ก่อนย้ำว่าฝายมีชีวิตสำเร็จลุล่วงได้เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของคนในชุมชน ในฐานะเจ้าของพื้นที่ และนักศึกษาจิตอาสาผู้มาด้วยหัวใจ โดยภาระหน้าที่ของชาวบ้าน เช่น ตัดไม้ไผ่ เหลาไม้เผ่า นักศึกษาจะรับผิดชอบงานสร้างฝายเป็นหลัก

          หลังฝายสร้างเสร็จ ผ่านการใช้งานมาได้สักระยะ ผู้นำชุมชนและชาวบ้านก็คอยทำหน้าที่แจ้งข่าวสาร แจ้งประสิทธิภาพของฝาย โดยถ่ายภาพแล้วส่งมาให้ดูผ่านทางโซเชียลมีเดีย ให้กลุ่มนักศึกษาได้รับรู้และร่วมภาคภูมิใจในผลงาน

          แน่นอนว่า การบุกป่าผ่าดง ไปใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางป่าเขา เป็นเรื่องที่ไกลห่างจากคำว่าสุขสบายอยู่มากโข แต่ในความเหนื่อยล้าสายตัวแทบขาด ก็เจือไปด้วยความประทับใจที่ได้มีส่วนสร้างสรรค์ประโยชน์ให้กับสังคม

 

“ได้เห็นชาวบ้านและนักศึกษาช่วยกันทำงาน แม้จะเหนื่อยมากแค่ไหนก็ยังมีความสุข เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผลลัพธ์ปลายทางเมื่อฝายสร้างเสร็จคือ คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของชาวบ้าน ได้มีน้ำกินน้ำใช้ตลอดปี” สุรชาติบอกด้วยรอยยิ้ม

“ตื่นตันใจ ทำให้ได้รู้ว่า ชีวิตของเรามีคุณค่าต่อผู้อื่น” ไพรัตน์กล่าวเสริม

          ถึงตรงนี้ ใครที่ยังไม่เคยสัมผัสกับการทำกิจกรรมจิตอาสา ลองเปิดใจ แล้วก้าวไปสัมผัสโลกที่ต่างออกไปจากความคุ้นชินเดิมๆ

          “ลองมาทำกิจกรรมร่วมกันดูครับ มากินอยู่ ใช้ชีวิตร่วมกัน เหนื่อยไปด้วยกัน สนุกร่วมกัน จะได้รู้จักเพื่อน พี่ น้อง จากหลากหลายคณะ ก่อเกิดเป็นมิตรภาพระหว่างกัน งานจิตอาสาให้ประโยชน์กับผู้ลงมือทำคือได้ทักษะใหม่ ความรู้ใหม่” ไพรัตน์บอก

          “การเรียนรู้เกิดจากการลงมือทำ การปฏิบัติ ชีวิตนักศึกษาไม่ได้มีแค่เรื่องเรียนหนังสืออย่างเดียว มหาวิทยาลัยฯ มีหลากหลายชมรมให้เข้าร่วม ขึ้นกับว่าสนใจ อยากเพิ่มพูนประสบการณ์ด้านไหน และประสบการณ์จากการทำกิจกรรมสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและหน้าที่การงานในอนาคตได้” สุรชาติทิ้งท้าย

ชมรมรวมพลังสู่ชุมชน ก่อตั้งเมื่อปี 2546 จากการรวมตัวกันของหนุ่มสาวชาวม้งที่เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ชมรมฯ จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ส่งผลให้ปี 2558 ได้รับรางวัลชมรมนักศึกษาดีเด่นจากมหาวิทยาลัยฯ ปี 2561 มี ไอซ์-มนตรี ศิริสุขสกุล นักศึกษาปี 1 สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น คณะมนุษยศาสตร์ ดำรงตำแหน่งประธานชมรม