น้ำใจคนไทย อนศ. มร.ชร. นำทีมช่วยเหลือ-ดูแลความเรียบร้อยบ้านผู้ประสบเหตุไฟไหม้
June 19, 2018
CRRU THE IDOL 105 อาจารย์ธวัชชัย ดวงไทย (ประจำวันจันทร์ที่ 25 มิ.ย. 2561)
June 22, 2018
Show all

กองพัฒฯ มร.ชร. ต้อนรับ-ร่วมหารือคณะทำงานโครงการกองทุนฯ สกอ. ย้ำแนวทางพัฒนา นศ. ทุน “ปลูกฝังคุณธรรม จิตอาสา ควบคู่วิชาการ”

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2561 ผศ. ดร. สุทัศน์ คล้ายสุวรรณ์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา พร้อมด้วย นายนิคม อัสสรัตนะสุขิน ผู้อำนวยการ กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย (มร.ชร.) เป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยฯ ให้การต้อนรับและร่วมหารือกับคณะทำงานจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ที่เดินทางมาร่วม โครงการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน โครงการกองทุนการศึกษาระดับอุดมศึกษา ประจำปีการศึกษา 2560 ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ณ ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เพื่อรายงานผลการดำเนินงานเรื่องทุนการศึกษาจากกองทุนพัฒนานักศึกษาให้คณะทำงานฯ รับทราบ ให้คณะทำงานฯ ได้พบปะพูดคุยกับนักศึกษาจำนวน 2 คนที่ได้รับทุนในโครงการฯ ตลอดจนปรึกษาหารือกันเรื่องการพัฒนาปรับปรุงระบบการให้ทุน โดยมหาวิทยาลัยฯ เน้นย้ำแนวทางการพัฒนานักศึกษาทุน ในการปลูกฝังคุณธรรม จิตอาสา ควบคู่กับผลสัมฤทธิ์ด้านการเรียนและวิชาการ

นางสาวสุนันทา แสงทอง ในฐานะประธานคณะทำงานฯ ให้ข้อมูลเบื้องต้นของโครงการฯ ว่า สกอ. เป็นหน่วยงานกลางที่มุ่งเน้นผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ ตอบแทนสังคมและประเทศชาติ จึงเล็งเห็นว่าการลงทุนด้านการศึกษาเป็นการลงทุนที่ให้ประโยชน์ในระยะยาว และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จึงก่อตั้งโครงการกองทุนการศึกษาระดับอุดมศึกษา ซึ่งเป็นพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่พสกนิกรในพื้นที่ชนบทห่างไกล เพื่อนำความรู้ไปพัฒนาท้องถิ่น

สกอ. ดำเนินงานเพื่อสนองพระราชปณิธานฯ จึงจัดตั้งโครงการฯ เพื่อมอบทุนการศึกษาให้แก่นิสิต นักศึกษา ให้มีโอกาสเรียนต่อระดับปริญญาตรีจนสำเร็จการศึกษา โดยดำเนินงานมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2559 ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายมีโรงเรียนที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการจำนวน 2 แห่ง คือ โรงเรียนบ้านแซววิทยาคม อ.เชียงแสน และโรงเรียนบ้านเทอดไทย อ. แม่ฟ้าหลวง โดยมอบหมายให้ นายกิตติโชติ ห้อยยี่ภู่ ในฐานะอาสาสมัครโครงการฯ ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบงานในภาพรวมทั้งหมด

ปัจจุบันมีนักศึกษาทุนของโครงการฯ 2 คนที่ศึกษาและกำลังจะเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย คือ นางสาวกัลยภร มิ่งมิตรวิบูลย์ ตอนนี้ศึกษาอยู่ชั้นปี 2 สาขาวิชาการแพทย์แผนไทย วิทยาลัยการแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก และนางสาวธนภรณ์ โกดแก้ว กำลังจะเข้าศึกษาสาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะครุศาสตร์ ในปีการศึกษา 2561

“คุณสมบัติสำคัญของผู้ที่จะได้รับทุนของโครงการฯ คือ อย่างแรกต้องเป็นคนดี มีฐานะยากจน จากนั้นจึงจะพิจารณาถึงผลการเรียน ที่ไม่จำเป็นต้องเก่งมาก ขอแค่มีผลการเรียนปานกลาง และจะได้ได้รับทุนตั้งแต่ตอนเรียน ม. ปลาย ไปจนจบปริญญาตรี”นางสาวสุนันทาบอก ก่อนชี้แนะว่า อยากให้มหาวิทยาลัยฯ ให้ความช่วยเหลือเด็กเหล่านี้มากเป็นพิเศษ เช่น งดเว้นค่าธรรมเนียมการศึกษา จัดหาทุนการศึกษาให้เพิ่มเติม หรือให้สิทธิ์พักอาศัยในหอพักในของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของเด็กได้ระดับหนึ่ง

ต่อมาคือ ให้ความร่วมมือด้านวิชาการกับโรงเรียนในจังหวัดเชียงรายและจังหวัดพะเยาที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ โดยส่งนักศึกษาครุศาสตร์ให้ไปฝึกสอนที่โรงเรียนเหล่านั้น เพราะในบางช่วงโรงเรียนประสบปัญหาขาดแคลนครูฝึกสอน ทั้งนี้ สิ่งที่ประธานคณะทำงานฯ เน้นย้ำกับนักศึกษาผู้ได้รับทุนคือ การตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน

“ให้ยึดมั่นไว้ในใจว่า ทุนที่นักศึกษาได้รับ เป็นทุนพระราชทานของในหลวง เมื่อได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ท่าน นักศึกษาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ด้วยการสร้างสรรค์ประโยชน์ต่อสังคม หมั่นทำความดี และดำเนินชีวิตโดยยึดหลักศาสตร์พระราชา”

ต่อประเด็นข้างต้น ผศ. ดร. สุทัศน์ กล่าวว่า นอกจากมุ่งจัดการเรียนการสอนเพื่อสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพเพื่อพัฒนาประเทศ ตามคำกล่าวที่ว่า ราชภัฏคือ คนของพระราชา ข้าของแผ่นดิน ภารกิจสำคัญอีกอย่างหนึ่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายคือ การปลูกฝังคุณธรรมและจิตอาสาให้แก่นักศึกษา ดังที่มหาวิทยาลัยฯ ได้นำระบบชั่วโมงจิตอาสาและคะแนนความดีมาใช้กับนักศึกษาผู้ได้รับทุนของมหาวิทยาลัยฯ ทั้งทุนอุดหนุนการศึกษาแบบให้เปล่า และทุนกู้ยืม กยศ. และ กรอ. โดย มร.ชร. จัดสรรทุนจากกองทุนพัฒนานักศึกษาให้แก่นักศึกษาปีละกว่า 200 ทุน หากนักศึกษาได้รับทุนอุดหนุนฯ ต้องช่วยเหลืองานของมหาวิทยาลัยฯ ไม่น้อยกว่า 45ชั่วโมงต่อปีการศึกษา ส่วนนักศึกษาที่ได้รับทุนกู้ยืมต้องช่วยเหลืองานฯ  ไม่น้อยกว่า 36 ชั่วโมงต่อปีการศึกษา

ด้านนายกิตติโชติ ในฐานะอาสาสมัครโครงการฯ เสนอแนะแนวทางว่า นอกจากการช่วยเหลือด้านวิชาการ อยากให้มหาวิทยาลัยเข้าไปมีส่วนร่วมพัฒนาพื้นที่ชุมชมของโรงเรียนที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการฯ ในทุกด้าน เช่น เรื่องสภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้าน สุขภาวะ และการฝึกอาชีพ เพราะส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ชนบทห่างไกล

นางสาวกัลยภร นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ที่ได้รับทุนของโครงการฯ กล่าวว่า ผลการเรียนเฉลี่ยตอนนี้คือ 3.20 เหตุผลที่ตัดสินใจมาเรียนที่วิทยาลัยการแพทย์พื้นบ้านฯ เพราะอยากเก็บเกี่ยวองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน และการแพทย์ทางเลือก ไปใช้ต่อยอดความรู้ในเรื่องเหล่านี้ภายในถิ่นกำเนิด เนื่องจากตนเองเป็นชาติพันธุ์ม้งซึ่งทุกวันนี้ยังใช้การรักษาแบบโบราณที่สืบต่อกันมา เช่น การใช้ยาสมุนไพรรักษาโรค และอยากนำความรู้ไปช่วยเหลือคนในชุมชน ให้มีสุขภาพแข็งแรง ห่างไกลโรคภัย

โครงการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน โครงการกองทุนการศึกษาระดับอุดมศึกษา ประจำปีการศึกษา 2560 ครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมที่ไม่ได้กล่าวถึงข้างต้น ประกอบด้วย คณะทำงานโครงการฯ คือ นางวาณี ยิ้มพาณิชย์, นางสาววัลภรณ์ อบสุวรรณ, นางนวรัตน์ ศิริ และนางสาวพัชรา อุดมผล ร่วมด้วย ทีมงานจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้แก่ นางสาวสุมิตรา พันธุ์ปัญญา เจ้าหน้าที่ฝ่ายทุนอุดหนุนเพื่อการศึกษา กองพัฒนานักศึกษา และอาจารย์ธัญลักษณ์ ปู่คำสุข อาจารย์ประจำวิทยาลัยการแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษาของนางสาวกัลยภร ตลอดจนผู้ได้รับทุนและผู้ดูแลจากโรงเรียนบ้านแซววิทยาคม คือ นายนุติกร จันแปงเงิน ผู้ได้รับทุนที่กำลังจะเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยพะเยา นายกุศล มีปัญญา ผู้อำนวยการ และนายธีรศักดิ์ โนชัย รองผู้อำนวยการ โรงเรียนบ้านแซววิทยาคม

หลังเสร็จสิ้นจากการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน คณะทำงานเดินทางไปเยี่ยมชม หอปรัชญา รัชกาลที่ 9 และโรงพยาบาลสาธิตการแพทย์แผนไทย (โฮงยาปัจฉิมวัย) วิทยาลัยการแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย